รับสมัครผู้ปกครองและนักดาบ ด่วนมากไปเข้าแคมป์เกาหลี
เขียนโดย น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์
พฤหัสบดี, 29 กรกฏาคม 2010 21:45
สมาคมฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสมาคมฟันดาบแห่งประเทศเกาหลี รับสมัครนักกีฬาฟันดาบจำนวน ๑๘ นายและ ผู้ปกครองจำนวน ๓ ท่าน (ในฐานะตัวแทนเจ้าหน้าที่ไทย) ไปเข้าค่ายฟันดาบที่ประเทศเกาหลี ระหว่างวันที่ ๑๕ ถึง ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ โดยทางสมาคมฟันดาบเกาหลีจะเลี้ยงอาหารและที่พักฟรีตลอดอยู่ในประเทศเกาหลี และทางสมาคมฟันดาบไทยจะเลี้ยงฝ่ายเกาหลีและที่พักเป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งทางเกาหลีจะเดินทางมาประเทศไทยในเดือน ธันวาคมปลายปีนี้ ผู้ใดสนใจจะเข้าค่ายที่เกาหลี ขอให้แจ้งรายชื่อให้ทางสมาคมทราบ ทางอีเมล คือ
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ภายใน ๕ ส.ค.๕๒ เพื่อให้ทางสมาคมพิจารณา โดยผู้สนใจจะต้องจ่ายเงินให้กับทางสมาคมเป็นค่าตั๋วเดินทางเครื่องบิน เป็นเงิน ๒๔๐๐๐ บาท (ต่อคน) โดยส่วนหนึ่งจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลฝ่ายเกาหลีในขณะที่อยู่ในประเทศไทย (ค่่าที่พัก และอาหาร) ซึ่งรายละเอียดนั้น ให้สอบถามได้ที่ นาวาเอก ศูนย์ปืน โสมภีร์ได้โดยตรงที่หมายเลข ๐๘๙ ๙๖๖ ๗๐๐๙ ทั้งนี้ทางสมาคมจะพิจารณาจากนักกีฬาและผู้ปกครองที่มีความพร้อมและลงชื่อก่อนในลักษณะ first come first serve.
Subject: Schedule and contents of Joint Training Camp in Korea and in Thailand
Dear Sir,
First, we appreciate for your reply on mutual joint training of both countries.
Joint training camp in Korea is possible in the middle of next month. We hope to invite your delegation for the period from 15 th Aug to 22 nd Aug and the total number of invitation is 22 people (Athletes: 18 per., Officials & Coaches: 4 per.)
As we already informed, our federation will cover the expenses (pick-up and transportation service at the airport, accommodation, meal, internal transportation) in Korea for Thai delegation. But your delegation must pay for your delegation’s airfares.
We kindly request to provide us the same service when Korean delegation goes to Thailand for this joint training camp.
Please inform us gender (male, female) and weapon of your delegation that will come to Korea for this training.
For your information, Korean delegation could go to Thailand about middle or end of December.
We thank you in advance for your prompt reply.
Sincerely yours,
LAST_UPDATED2
เชิญชมการแข่งขันฟันดาบ 9th Navy Open International 2010
เขียนโดย น.ท.สมพล ศรีสดใส
พุธ, 28 กรกฏาคม 2010 01:04
LAST_UPDATED2
ผลการแข่งขัน Cadet&Junior Air Force 2010
เขียนโดย ส.อ.สุขสันติ์ สุวรรณสงคราม
เสาร์, 24 กรกฏาคม 2010 22:24
LAST_UPDATED2
เปลี่ยนชีวิตคุณ
เขียนโดย ส.อ.สุขสันติ์ สุวรรณสงคราม
ศุกร์, 23 กรกฏาคม 2010 20:57
หันหลังลาขวดเหล้า...เข้าพรรษานี้
เมื่อก่อน...เคยหันหน้าเข้าหามัน
ตัวฉัน...ทนทุกข์บอบช้ำ
วันนี้...พอทีจบกัน
ขอหันหลัง...ลาดีกรี มีสุขใจ
เธอกับฉันไปกันไม่ได้ดอก
เพราะเธอหลอกฉันมานาน...รู้ไหม
เคยร่ำร้องโหยหวนแทบขาดใจ
ขอลาทีลาไกลไปจากเธอ
ที่มา....www.dhammatan.com
เหยือกเต็มหรือยัง ?
เขียนโดย นาวาเอก ยอดรัก ศิลปดุริยางค์
พุธ, 21 กรกฏาคม 2010 21:49
เหยือกเต็มหรือยัง ?
ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับ เชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท เขาเตรียม \
การสอนอยู่หลายวันจึง ตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด
เขาเดินเข้าห้องเรียนมา พร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ
เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ เหยือกแก้ว ขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่ ลูกเทนนิส ลงไปจนเต็ม
' พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือ ยัง ?' เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท
แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่น คิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน ' เต็มแล้ว... '
LAST_UPDATED2
อ่านเพิ่มเติม...
Foil in Slow Motion OTa กับ Sanzo
เขียนโดย น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์
อังคาร, 20 กรกฏาคม 2010 11:24
LAST_UPDATED2
เปิดรับสมัครนักกีฬาที่สนใจเข้าแคมป์ฟันดาบที่สิงคโปร์
เขียนโดย น.ท.สมพล ศรีสดใส
อาทิตย์, 18 กรกฏาคม 2010 20:57
ชมรมฟันดาบ Blade Club ของนนทพัฒน์ ปานจันทร์ ที่สิงคโปร์ จะเปิดแคมป์ฟันดาบให้แก่บุคคลภายนอกที่สนใจได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1 - 9 สิงหาคม นี้
สนใจติดต่อได้โดยตรง หรือจะผ่านสมาคมฟันดาบฯ ก็ยินดีประสานการติดต่อให้ รายละเอียดโดยย่อ มีดังนี้
The camp will be held in the heart of Singapore’s shopping district, on Orchard Road.
Camp participants will be training on most mornings and evenings – there will be free time in the afternoons for relaxation in the shopping district or visits to our many tourist sites (Undersea World, Resorts World Sentosa, Marina Bay Sands, Universal Studios Singapore, etc) just a short ride away from the training venue.
Title : Blade Club Fencing Training Camp 2010
Period : 30 July to 7 August 2010
(1st session evening of 30 July, last session morning of 7 August)
Place : 5th Floor, *SCAPE Youth Space, 2 Orchard Link
Participation : Intermediate to advanced fencers from Singapore and the region (including National Team members from countries of South-East Asia and Australia)
Special Guests :
Simon Senft (European Championship Gold Medalist)
Richard Kruse (European Championship Silver Medalist, currently ranked 7th in the world, 4th in 2008 - 2009 season)
Laurence Halsted (European Championship Bronze Medalist, currently ranked 16th in the world) 2 ranked Cadet fencers (Women’s Foil) from Germany
Travel : All participants pay for their own way to Singapore and for their own accommodation. Camp organizers will assist in making arrangements, with payments made directly to the hotel/hostel.
Package Price Includes
Full Training Fees (for most of our participants doing the entire program of approximately 35-40 hours) - SGD 600 All scheduled training sessions.
Partial Training Fees (for participants that can only attend evening/weekend sessions, limited spaces available) - SGD 350 All evening/weekend sessions only.
สนใจติดต่อได้ที่ http://www.bladeclubfencing.com email :
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
mobile 98227311
ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่
LAST_UPDATED2
หลังสิ้นศึกในเกาหลี
เขียนโดย น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์
ศุกร์, 16 กรกฏาคม 2010 16:24
LAST_UPDATED2
จดหมายจากปักกิ่ง
เขียนโดย น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์
ศุกร์, 16 กรกฏาคม 2010 15:18
หนีห่าว
ตอนนี้บอกได้แต่เพียงว่า พอได้ซ้อมนานขึ้น ๆ มันก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดโค้ชดาเนียลเองยังบอกกับหนูเลยว่าสำหรับคนที่ยังเป็นนักกีฬาอยู่อาจจะ ยากกว่าคนอื่น ๆ ที่เป็นโค้ชกันแล้ว หนูก็เลยยิ่งต้องซ้อมหนักขึ้นมากกว่คนอื่นขึ้นไปอีก ดีที่ว่ามีเพื่อนที่สนิทกันช่วยซ้อมให้ ตอนนี้สนิทกับโค้ชอินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม แล้วก็พวกอาหรับทั้งหลาย ก็เลยอยู่ได้ไม่รู้สึกเหงาเลย ทุกคนคอยช่วยเหลือช่วยซ้อมกันดีมาก ซ้อมจนตอนนี้ดาบสองเล่มหนูหักหมดแล้วค่ะ ต้องอาศัยดาบนักกีฬาเล่นไปก่อน กำลังฝากเพื่อนคนจีนซื้อให้อยู่ค่ะ อยู่นี่ทุกคนใช้ BF กันหมด แล้วก็หักกันหมดแล้วค่ะ บ่นกันใหญ่ว่าไม่น่าเอา BF มาเลย
ดาเนียลจะเน้นการถือดาบให้อยู่ในแนว 1 นาฬิกา แบบที่พี่อ้วนให้ถือตลอดค่ะ ไม่ว่าจะรับดาบแนว 4,6,7,8 ก็จะต้องอยู่ในแนว 1 นาฬิกาตลอด เพราะจะทำให้แนวดาบเราแข็งแรงขึ้น ส่วนแนวที่ใช้ในการซ้อมก็จะมี 4,6,7,8 ซึ่งจะใช้แค่การหมุนกระบังรับเท่านั้น โค้ชรู้ว่าหนูซ้อมแบบฮังการีมาก่อน ก็ไม่ได้บอกให้เปลี่ยนแต่ให้เอามาผสมผสานกัน เขาบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการเปลี่ยนสไตล์ของเรา แต่เขาแค่อย่างจะสอนไสตล์ของเขาให้เราได้เรียนรู้เท่านั้น เพื่อนเวียดนามที่ได้เหรียญทองที่โคราชได้ไปซ้อมกับดาเนียลประมาณ 3 เดือน กลับมาได้เหรียญทองซีเกมส์เลยค่ะ แล้วนักกีฬาจีนก็ใช้แนวฝรั่งเศสกันหมดเลย แต่ละคนแข็งแรงกันยังกะกระทิงแน่ะค่ะ ล่อเป้ากันทีไม่เคยต่ำกว่าชั่วโมงเลย
ตอนนี้น้ำหนักหนูลงไป 5 โลแล้วนะพี่ งงเหมือนกันลงได้ไง หนูว่าหนูกินเยอะมากเลยอ่ะ แต่ก็อาจจะเพราะซ้อมหนักมากด้วย แล้วก็กินเป็นเวลา ไม่ได้กินขนมจุบจิบ มีแต่ผลไม้ให้กินน้ำหนักก็เลยลง แล้ว หนูจะส่งเมล์มาหาใหม่นะคะ รักและคิดถึงทุก ๆ คนนะคะ
LAST_UPDATED2
วิเคราะห์ผลการแข่งขันทีมฟอยล์
เขียนโดย Administrator
พุธ, 14 กรกฏาคม 2010 11:10
วิเคราะห์ผลการแข่งขันทีมฟอยล์จากตาราง Tableau รอบ 8 ทีมสุุดท้าย : ในการแข่งขันฟอยล์ชายประเภททีม ชิงชนะเลิศแห่งเอเซียครั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรวม 13 ทีม ไทยเราได้อันดับที่ 7 ถือเป็นผลงานที่ดีหรือไม่ ก็ต้องถือว่ายังไม่ดีนักถ้าดูจากตัวเลขลำดับที่ แต่ถ้าลงไปดูในรายละเอียด ก็พอที่จะมองเห็นการพัฒนา และมีความเป็นไปได้กับการได้เหรียญ ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่กวางเจา แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะ 3 ทีมแรกของเอเซียในปัจจุบันคือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี นั้นถือว่ามีระดับที่ห่างกันไม่มากนัก และเป็นกลุ่มหัวแถวที่ห่างจากกลุ่มกลางพอสมควร ในกลุ่มกลางนั้นจากการแข่งขันครั้งนี้ประกอบด้วย ฮ่องกง คาซัสสถาน อิหร่าน ไทย และกาตาร์ กลุ่มนี้ทำคะแนนได้สูสีกัน มีคะแนนที่ห่างจากกลุ่มหัวแถวในการเล่นทีมเฉลี่ยอยู่ที่ 15 คะแนน การที่จีนไปอยู่สายบนของตารางนั้นเป็นผลดีต่อการวิเคราะห์ให้เห็นภาพในครั้งนี้ เพราะทำให้เรามองเห็นภาพชัดเจนว่าฮ่องกงซึ่งทีมวางอันดับที่ 4 เมื่อเจอกับอิหร่านอันดับทีมวาง 5 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นนั้น ฮ่องกงสามารถเอาชนะอิหร่านได้ขาดลอย 45 ต่อ 29 คือห่างกันถึง 16 คะแนน ในขณะที่ทีมไทยในรอบเดียวกันแพ้ต่อจีน 45 ต่อ 29 ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจีนนั้นแข็งแกร่งทั้งทีม และเมื่อเข้าไปดูในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ฮ่องกงก็เข้าไปแพ้จีนด้วยสกอร์ที่เท่ากันกับที่ไทยแพ้จีน คือ 45 ต่อ 29 เช่นกัน ทำให้มองเห็นว่าทีมฮ่องกงนั้นไม่ได้เหนือกว่าไทยมากนัก
ในการชิงที่ 3 นั้น ฮ่องกงพ่ายต่อเจ้าภาพเกาหลี 45 ต่อ 36 ถือว่าเป็นคะแนนที่ไม่ขาด ห่างกัน 9 คะแนน แสดงถึงว่าทีมเกาหลีชุดนี้ยังไม่แข่งแกร่งเท่า จีนกับญี่ปุ่น มีโอกาสที่ทีมในกลุ่มกลางๆระดับหัวแถวอย่างฮ่องกง คาซัสสถาน อิหร่าน และไทย ถ้าพัฒนาจุดอ่อนของตนให้เป็นจุดแข็งก็สามารถมีโอกาสคว้าเหรียญทองแดงมาได้ เหรียญทองและเงินนั้นคงยังต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงกันก่อนว่า จีน และญี่ปุ่นนั้นเหนือกว่ามาก ระยะเวลาที่เหลือนั้นจะทำให้ระยะห่างนี้น้อยลงยากมาก กลับมาดูสามทีมที่มีอันดับเหนือไทยคือ ฮ่องกง (อันดับ 4) คาซัสสถาน (อันดับ 5)และ อิหร่าน (อ้นดับ 6) เราเห็นผลงานของอิหร่านแล้วเมื่อเจอกับฮ่องกง เชื่อว่าถ้าไทยพบกับอิหร่านนาทีนี้ อิหร่านไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับทีมไทยในการเอาชนะในครั้งต่อไป ในการพบกันในรอบกลุ่มชิงอันดับ 5,6,7 และ 8 อิหร่านเอาชนะทีมไทยไป 45 ต่อ 44 ผลการแข่งขันที่ออกมาเป็นอย่างนี้ ทำให้ทีมไทยเราดูห่างชั้นกับทีมฮ่องกงไปเลย เพราะอิหร่านแพ้ฮ่องกงขาดลอย แต่ดาบนั้นวิเคระห์จากผลการแข่งขันอย่างเดียวไม่ได้ ยังมีปัจจัยอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากในห้วงที่เจอกันครั้งนั้นๆ
ทีมที่เราต้องผ่านต่อไปให้ได้อีกทีมหนึ่งคือคาซัสสถาน คาซัสสถานนั้นเอาชนะอิหร่านได้อันดับที่ 5 ด้วยคะแนน 45 ต่อ 40 ในทางทฤษฎีนั้นต้องถือว่าใกล้เคียงกันมาก ผลการแข่งขันพอจะทำให้เรามองเห็นภาพอะไรบางอย่าง ต่อความเป็นไปได้ในการพัฒนาทีม ทีมฟอยล์ชายนั้นอายุโดยเฉลี่ยอยู่ในลำดับกลางๆของทีมในอาเซีย คืออยู่ที่ประมาณ 25 ปี ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ว่าจะสร้างทีมให้ถึงโอลิมปิคในอีก 2 ปีข้างหน้า นั่นต้องหมายถึงว่าทีมฟอยล์ชายไทยต้องพัฒนาต่อจากนี้ไป ก้าวให้พ้นเส้นแบ่งในเอเชี่ยนเกมส์นี้ให้ได้ ด้วยการสร้างสปริตของความเป็นทีม การเป็นมืออาชีพ สำคัญคือวินัย การเพิ่มแทคติกเป็นสิ่งจำเป็น พอๆกับความแข็งแกร่ง และต้องมีการสร้างตัวแทนในระดับเยาวชนเข้ามาทดแทน ดั่งเช่นทีมญี่ปุ่นได้ทำมาในอดีต จนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของฟอยล์ชายในปัจจุบัน
ผลการแข่งขันครั้งนี้สะท้อนให้เราเห็นอะไรหลายอย่าง ผลการแข่งขันในครั้งนี้ทีมไทยได้ลำดับที่ 7 ถ้าในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ที่กวางโจวใช้ผลจากการแข่งขันครั้งนี้ ในรอบ 16 ทีม ในการวางอันดับทีม ไทยเราก็จะไปอยู่สายล่าง ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นทีมยืน และมีทีมเกาหลี (อันดับ 3) ทีมอิหร่าน (อันดับ 6) ซึ่งทีมไทยถ้าผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็ต้องมาตัดเชือกกับญี่ปุ่น ในขณะที่เกาหลีน่าจะเข้าไปตัดเชือกกับอิหร่านเพื่อเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ถือว่าโจทย์ข้อนี้ยากมากในการผ่านเข้าไปลุ้นเหรียญ แต่ถ้าการแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ใช้ผลจากมือบุคคลในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมไทยเราก็มีโอกาส เมื่อถึงขั้นวางทีม ถ้าต้องผ่านทีมอันดับที่ 3 ถึง 6 จากชิงแชมป์เอเซียครั้งนี้ เพราะในระดับตัวบุุคคลนั้นเรามีโอกาสได้ในลำดับดีๆ
ต่อจากนี้ไปก็คงต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก ไม่เฉพาะทีมฟอยล์ ทั้งกับนักดาบประเภทบุคคลก็ต้องกลับมาวิเคราะห์ เพื่อหาหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เราไม่ได้มองแค่เอเชี่ยนเกมส์ แต่เราได้มองไกลออกไปในระดับโลก
LAST_UPDATED2
ผลการแข่งขันชิงแชมป์เอเซียที่ Seoul (13 ก.ค.53) ประเภททีม
เขียนโดย น.อ.วรภพ สภานนท์
อังคาร, 13 กรกฏาคม 2010 21:30
>>>รวมผลการแข่งขันชิงแชมป์เอเซีย <<<
SABRE WOMEN TEAM
Ranking
Table
EPEE MEN TEAM
Ranking
Table
LAST_UPDATED2
เอาใจเขามาใส่ใจเรา
เขียนโดย Administrator
อังคาร, 13 กรกฏาคม 2010 17:45
มีคนส่งบทความนี้มาให้ผมทาง e-mail เห็นว่าน่าอ่าน สำหรับเป็นข้อคิดครับ
ในการดำเนินชีวิต ทุกยุค ทุกสมัย คนเราจะต้อง พบปะ / ร่วมงาน / ร่วมกิจกรรม / มีปฏิสัมพันธ์ กับผู้คนมากหน้าหลายตา แล้วเราจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลย์ ในการอยู่ร่วมกัน ที่ดีที่สุด ที่ทุกคนปรารถนา Happy +++ ในบรรยากาศของ WIN WIN Situation ก็ น่าจะนำแนวทางของพุทธศาสนา มาเป็นเครื่องชี้นำ ก็คือทางสายกลาง เราอยากได้อะไร จากคนอื่น อยากให้คนอื่น พูด / แสดงออกกับเราอย่างไร เรา ก็ควร ทำสิ่งนั้น แบบนั้น กับเขา / คนอื่น ก่อน เราจึงสมควรที่จะได้รับ สิ่งนั้นตอบแทน กลับมา ตลอดชีวิตของคนเรา ที่มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ ไม่เคยมีใคร ที่ได้ อะไร สมหวัง สมความตั้งใจ ไปเสียทุกอย่าง ทุกเรื่อง อาจจะได้ บ้าง เสียบ้าง อาจจะทั้งสมหวัง และ ไม่สมหวัง ในทุกเรื่องที่ปรารถนา แล้วเรา จะ Balance สิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างไร
เราจึงควร ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ที่ได้รับจากการเรียนรู้ จากการทำงาน จากการที่ได้รู้ได้เห็น ได้สัมผัส มาประยุกต์ ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา สถานการณ์เเวดล้อมของเรา จึงน่าจะเป็นทาง ออก/ ทางสายกลาง ที่ดีที่สุดสำหรับเรา สำหรับเพื่อนร่วมงาน สำหรับผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่ในแวดวงใกล้กับตัวเรา และตัวเราเองน่าจะรู้ดีที่สุด ว่าเราอยากได้ อยากมี อยากเป็น อะไร แล้ว อะไร ที่จะเหมาะสมที่สุด ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง ทางสายกลางที่ว่านั้น ควรจะเป็นอะไร ควรจะทำอย่างไร
เอาใจเขามาใส่ใจเรา และ จงเป็นผู้ให้เสมอ เราก็จะสมหวังดังตั้งใจในที่สุดของที่สุด
LAST_UPDATED2
หน้า 1 จาก 41